"เศรษฐา"ย้ำใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรมเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย
นายกรัฐมนตรีประกาศเดินหน้านโยบาย quick wins หลายโครงการเพื่อเร่งเพิ่มรายได้ให้ประเทศ ส่วนระยะยาวต้องก้าวไปสู่ประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การปฏิรูปเศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตรอบด้าน” (Reformation of Thai Economy Amidst Polycrisis) ซึ่งจัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อ 1 พ.ย. 66 โดยระบุว่า ช่วงเวลาหลายปีมานี้ไทยได้เผชิญกับปัญหาที่หลากหลาย สถานการณ์เศรษฐกิจไทย ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา GDP ไทยโตเฉลี่ย 1.8% ต่อปี หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นจาก 76% ในปี 55 เป็น 91.6% ในปี 66 เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากผลกระทบโควิด-19 ส่งออกหดตัวลง จากเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูง ไทยต้องแสวงหาหนทางสู่อนาคตเพื่อเติบโตท่ามกลางโลกที่มีการแข่งขันสูง
รัฐบาลกําลังทํางานอย่างหนัก เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาเดินหน้า ผ่านการลดค่าครองชีพ ส่งเสริมการใช้จ่ายภายในประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและขยายการลงทุนและธุรกิจ นโยบายที่เป็น quick wins รัฐบาลได้ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พักหนี้เกษตรกร และอยู่ในขั้นตอนพักหนี้ให้ SMEs เพิ่มเติม นโยบาย digital wallet รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้าไทยผ่านโครงการ Visa Free
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้ประกาศความพร้อมเปลี่ยนไทยจากผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีกำไรต่ำและเน้นสินค้าเกษตร ไปสู่ประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง และได้เชิญชวนภาคเอกชนเข้ามาลงทุน รวมถึงส่งเสริมเทคโนโลยี องค์ความรู้ โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุน ซึ่งช่วงครึ่งแรกของปี 66 มีการยื่นขอรับลงทุนจาก BOI เพิ่มขึ้น 70% จากปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และหวังว่าจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
อ่านข่าวเพิ่มเติม : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/74066
-----------------
เนื้อหาและภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค ไทยคู่ฟ้า : https://www.facebook.com/photo?fbid=729032865926114&set=pcb.729032962592771



