Header Ads

หุ้นรัฐบาล"เศรษฐา"ตกเร็วกว่าที่คิด


นับแต่นายเศรษฐา ทวีสิน ได้รับโปปรดเกล้าฯเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2566

นับแต่ณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในรัฐบาล "เศรษฐา 1" ได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2566

นับแต่วันที่นายเศรษฐาพาคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าเพื่อถวายวัตย์ปฏิญาณก่อนทำหน้าที่เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566

นับแต่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566

นับถึงวันนี้นายเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้วสองเดือนเศษ

นับถึงวันนี้คณะรัฐมนตรีทำงานมาแล้วเกือบ 2 เดือน

แม้น.ส.แพรทองธานร ชินวัตร ที่ขยับสถานะตัวเองจากหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะประกาศในเฟิร์สสปีดในฐานะหัวหน้าพรรคคนใหม่อย่างมั่นใจว่า คิดไม่ผิดที่ทิ้งพรรคก้าวไกลมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

พร้อมอวดผลงานรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยว่าเพียง 2 เดือนมีผลงานออกมามากมายไม่ว่าจะเป็น  การลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน การปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเป็น 20 บาทตลอดสาย การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ การให้ภาคเอกชน คนรู้จริง เข้ามาพัฒนาในเรื่องของ Soft Power ของประเทศอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก การนำร่องใช้บัตรประจําตัวประชาชนเพื่อรักษาพยาบาล ในโครงการ 30 บาทรักษาได้ทุกที่ การรับมือกับวิกฤตอย่างทันท่วงที ช่วยคนไทยให้กลับบ้านในสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง การกลับไปเจริญสัมพันธไมตรีทางการทูตกับนานาประเทศ

แม้ประชาชนจะเห็นและรับรู้ในสิ่งที่น.ส.แพรทองธารพูด

แต่กลับเกิดภาวะ "ไม่อิน" ในผลงานที่รัฐบาลมองว่าทำออกมารวดเร็วแลละมากมาย

เหตุที่คน "ไม่อิน"  สิ่งที่พรรคเพื่อไทยเรีกว่าผลงาน ก็เพราะว่าผลงานที่ว่านั้นไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน 

ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง

"

ทำงานมาแค่ 2 เดือน เริ่มมีกระแสเปลี่ยนตัวนายกฯ

บางทีหลังวันวาเลนไทม์ปีหน้า

เมื่อนายใหญ่พ้นจากสถานะนักโทษชาย

อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงให้เห็นก็ได้

"

ที่สำคัญมาตรการลดค่าครองชีพที่หวังว่าจะเป็นเครื่องทำคะแนน สร้างความนิยมนั้น ประชาชนกลับรู้สึกได้ว่าจะเป็น "ภาระ" ต่อประชาชนและประเทศชาติในวันข้างหน้า 

การลดราคาสาธารณูปโภคต่างๆทั้งค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ค่ารถไฟฟ้า ล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย เนื่องจากรัฐบาลใช้วิธีการแก้ปัญหาด้วยการเอางบประมาณไปอุดหนุน ซึ่งเป็นแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าระยะสั้น ไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาว

ประชาชนเลย "ไม่อิน" กับการแก้ปัญหาด้วยการเอางบประมาณไปโปะ

นี่ยังไม่นับรวมการแก้ปัญหาเรือดำน้ำแบบเกรงใจกองทัพที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทำตัวเหมือนเป็นโฆษกให้กองทัพออกมาแก้ต่างให้ทุกเม็ด โดเฉพาะวลีที่ว่า "จีนไม่ได้ผิดสัญญา แต่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง" กรณีเรือดำน้ำจีนไม่ตรงปก

หรือการแก้รัฐธรรมนูญที่เดินหน้าช้ากว่าเต่าทั้งที่ประกาศไว้ว่าเมื่อได้เป็นรัฐบาลจะทำทันที่

ยิ่งดิจิตอลวอลเล็ต 10,000 บาทที่ยังลูกผีลูกคน และมีแนวโน้มไม่เป็นไปตามสัญญาหาเสียง

ยิ่งฉุดรั้งความศรัทธราให้ต่ำเตี้ยติดดิน

นี่น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่นายใหญ่ต้องส่งน.ส.แพรทองธาร มากอบกู้ ต้องยกเครื่องพรรคเอาแต่คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน เพราะถ้าพรรคใช้บริการทีมเดิมต่อไป เพราะถ้าปล่อยให้รัฐบาลทำงานแบบฉุดดึงแต้มมากกว่าสร้างคะแนน เลือกตั้งครั้งต่อไปจะ "โคตรเหนื่อย"

ทำงานมาแค่ 2 เดือน เริ่มมีกระแสเปลี่ยนตัวนายกฯดังให้ได้ยินแล้ว

บางทีหลังวันวาเลนไทม์ปีหน้าเมื่อนายใหญ่พ้นจากสถานะนักโทษชายอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงให้เห็นก็ได้

-----------------------------------------

จับกระแสการเมือง : เขียนโดย / สมศักดิ์ ไม้พรต

Theme images by fpm. Powered by Blogger.