รมช.คลังยันดิจิทัลวอลเล็ตได้รับอย่างน้อย 49 ล้านคน
แจกดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ส่อไม่ได้ครบทุกคนตามที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ รมช.คลังระบุจะมีคนได้รับอย่างน้อย 49 ล้านคนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามวัตถุประสงค์โครงการ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกระแสวิากษ์วิจารณ์เกณฑ์ 3 ข้อที่อนุกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตเตรียมเสนอให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาว่า รับทราบเสียงวิจารณ์ต่างแล้ว ซึ่งรัฐบาลยินดีรับฟัง
"ในการประชุมณะอนุกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท. ) และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ได้เสนอว่าควรช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเปราะบาง แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่ายังจำเป็นต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของโครงการที่ได้รับมอบหมายมา" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าวและว่า กรณีกำหนดเงื่อนไขเงินเดือนและเงินฝากในบัญชี โดยยึดข้อมูลจากฐานข้อมูลของภาครัฐที่นำมาเป็นตัวชี้วัดที่ได้จากการยื่นแบบภาษี ส่วนรายได้อื่นๆ อาทิ การถือครองที่ดิน การถือครองพันธบัตร ไม่ได้มานับรวมเป็นตัวชี้วัด เนื่องจากมีข้อจำกัด อย่างไรก็ตาม ยังต้องหาข้อสรุปที่มีความเหมาะสม หรือหากมีข้อเสนอเพิ่มเติม อนุกรรมการฯ ก็ต้องนำมาพิจารณา เชื่อว่านโยบายเงินดิจิทัลจะเกิดขึ้นได้แน่นอน รัฐบาลเดินหน้าเต็มที่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามเจตจำนงอย่างน้อยให้ครอบคลุม 49 ล้านคน
ส่วนกรณีแอปพลิเคชันที่จะนำมาใช้ตามนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล เมื่อใช้ฐานข้อมูลของรัฐ ก็ต้องใช้แอปพลิเคชันของรัฐ ซึ่งส่วนตัวไม่ติดใจหากจะใช้แอปฯ เป๋าตัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกณฑ์ 3 ข้อตามข้อเสนอของณะอนุกรรมการฯประกอบด้วย
1. ตัดคนที่มีเงินเดือนมากกว่า 25,000 บาท และหรือมีเงินฝาก 1 แสนบาทขึ้นไปออก ซึ่งจะเหลือคนที่จะได้รับสิทธิ์ 43 ล้านคน ใช้งบประมาณ 4.3 แสนล้านบาท
2. ตัดคนที่มีเงินเดือนมากกว่า 50,000 บาท และหรือมีเงินฝากมากกว่า 5 แสนบาท ซึ่งจะเหลือคนที่จะได้รับสิทธิ์ 49 ล้านคน ใช้งบประมาณ 4.9 แสนล้านบาท
3. ให้สิทธิ์เฉพาะผู้ยากไร้ 15-16 ล้านคน โดยใช้ฐานข้อมูลจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้งบประมาณราวๆ 1.5 แสนล้านบาท


